เนคเทคส่งไอทีลดภาระงานอสม.

เนคเทคส่งมอบโปรแกรมบันทึกข้อมูลสุขภาพครอบครัวแบบพกพา ให้ก.สาธารณสุข เพิ่มประสิทธิภาพการเก็บข้อมูลสุขภาพปชช.ระดับชุมชน

ดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า เนคเทคพร้อมที่จะส่งต่อ “โปรแกรมบันทึกข้อมูลสุขภาพครอบครัวแบบพกพา” ให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำไปใช้งานด้านการเก็บข้อมูลสุขภาพประชาชนระดับชุมชน หลังจากรับโจทย์เกี่ยวกับปัญหาการบริการคนไข้เมื่อปี 2553

โปรแกรมดังกล่าว จะเพิ่มความสะดวกในการทำงานให้กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ด้านการเก็บข้อมูลคนไข้ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ทดแทนการจดด้วยกระดาษในแบบเดิม ซึ่งเมื่อบันทึกข้อมูลเสร็จแล้วยังต้องนำไปบันทึกลงระบบเก็บข้อมูลสุขภาพครอบครัว หรือ JHCIS ในคอมพิวเตอร์อีกขั้นตอนหนึ่ง จึงเสี่ยงต่อการคลาดเคลื่อนของข้อมูลที่ต้องทำซ้ำ และมีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน

เนคเทคจึงพัฒนาโปรแกรมบันทึกข้อมูลสุขภาพครอบครัวแบบพกพา ด้วยการต่อยอดมาจากระบบ JHCIS ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่สาธาณสุขใช้เก็บข้อมูลระดับชุมชนมากว่า 10 ปี

ปัจจุบันโปรแกรมฯแบบพกพาที่พัฒนา ได้นำไปใช้งานจริงแล้วโดยเจ้าหน้าที่ทางด้านสาธารณสุขร่วมทดสอบการใช้งานกระจายทั่วประเทศ 45 จังหวัด เช่นที่จ.อุบลราชธานีนำร่องใช้งานในขณะนี้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือสถานีอนามัย 8 อำเภอ 123 แห่งและจะขยายผลให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดภายในปีหน้า

ด้าน นพ.สินชัย ต่อวัฒนกิจกุล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า โปรแกรมบันทึกข้อมูลสุขภาพครอบครัวแบบพกพา จะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้งานเชิงรุกของ สธ. ในการเก็บข้อมูลสุขภาพระดับชุมชนด้วยระบบไอที สะดวก และรวดเร็ว ลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนกว่าระบบเก็บข้อมูลแบบเดิม ซึ่งใช้แรงงานคนทั้งหมด

ความคุ้มค่าที่เกิดจากการวิจัยครั้งนี้คือ การลดต้นทุนในการใช้กระดาษ และแรงงานคนในการลงพื้นที่เก็บข้อมูล รวมถึงลดความหนาแน่นในการใช้บริการด้านสุขภาพที่สาธารณสุขจังหวัด เนื่องจากโปรแกรมดังกล่าวมีการเชื่อมโยงฐานข้อมูลสุขภาพถึงกันทั้งจังหวัด เพื่อให้แพทย์ประจำโรงพยาบาลจังหวัดหรือประจำอำเภอ ส่งต่อข้อมูลการรักษาและยาที่ต้องจ่ายประจำให้กับคนไข้ในระดับชุมชน ผ่านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลได้ โดยที่คนไข้ไม่ต้องเดินทางไปหาหมอด้วยตัวเอง

ระบบดังกล่าวยังมีผลดีด้านการอัพเดทข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ที่ทำได้ง่ายขณะลงพื้นที่ ไม่ต้องมาคัดลอกซ้ำซ้อนเหมือนระบบเดิม